วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Lanna Lantern






โคมเป็นเครื่องกำบังไฟไม่ให้ดับ ในแผ่นดินล้านนาตั้งแต่อดีตใช้เป็นเครื่องกำบังไฟเพื่อเป็นพุทธบูชา และบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงามของสถานที่ หรือตามงานรื่นเริง ถือเป็นของสูงที่ทำขึ้นจากศรัทธา ความเชื่อ ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ผู้ทำโคมในอดีตจะทำด้วยความประณีตสวยงามเพื่อหวังผลแห่งการถวาย จึงทำด้วยจิตวิญญาณที่แท้จริง ในปัจจุบันมีบุคคลและหน่วยงานหลายหน่วยงาน มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าโคมเป็นของประดับตกแต่งเพื่อให้ได้บรรยากาศแบบล้านนา ทำให้มีการนำโคมล้านนาไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง และผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิม หากเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ศิลปะ ความเชื่อ ความศรัทธาในโคมคงจะถึงจุดจบ ด้วยความไม่รู้ และไม่ได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ (เบญจพล สิทธิประณีต 2552)

โคม ในความหมายของคนล้านนาหมายถึง ตะเกียงสำหรับจุดไฟเพื่อให้แสงสว่างภายในเรือน ในตำนานสุวรรณโคมคำ กล่าวถึงคำว่า โคม ในฐานะของตะเกียงไว้ว่า เมื่อครั้งที่ลอยแพสุวรรณมุขทวารราชกุมารซึ่งถูกใส่ความว่าอุบาทว์ เพราะประสูติออกจากปากของนางอุรสาราชเทวีนั้น เมื่อไอยะมหาอุปราชทราบข่าวจึง ......ให้ตั้งการบวงสรวงนาคา  ปักเสาประทีปโคมทอง บูชาทุกท่าน้ำ.....            

ปัจจุบัน การประดับตกแต่งโคมของคนล้านนาที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีจะมีให้เห็นในประเพณียี่เป็งเท่านั้น ราวเดือนพฤศจิกายนชาวล้านนาจะประดิษฐ์โคมขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีความเชื่อว่าชาติหน้าเกิดมาจะมีสติปัญญาดี เนื่องจากแสงสว่างเป็นแสงที่ส่องเข้าไปยังความมืด เปรียบเสมือนปัญญาที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆได้ การประดิษฐ์โคมเพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ มีจุดประสงค์สำคัญอยู่ 4 อย่าง คือ เพื่อเป็นพุทธบูชา เพื่อความสวยงาม เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับอาคารบ้านเรือน และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของบ้าน (จักรพงษ์ คำบุญเรือง 2544)
โคมล้านนาที่ใช้ทั่วไปในงานบุญของภาคเหนือ มักเป็นโคมที่ใช้เพื่อความสวยงามและการประดับตกแต่ง มีอยู่ด้วยกัน 6 ประเภท (จักรพงษ์ คำบุญเรือง 2548) คือ
โคมถือ หรือ โคมหูกระต่าย จะใช้ในงานเทศกาลยี่เป็ง สามารถแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ให้แสงสว่างและส่วนที่เป็นเรือนโคม ชาวพุทธจะถือไปเดินร่วมขบวนแห่งานลอยกระทง มีเทียนไขหรือประทีปจุดให้ความสว่างอยู่ภายในโคม เมื่อเสร็จจากการเดินร่วมขบวนแล้วก็จะนำไปประดับไว้รอบๆ โบสถ์หรือสถานที่ที่มีพิธี
โคมลอย เป็นโคมที่ทำจากไม้ไผ่ขดเป็นวงกลมทำเป็นปากโคม ใช้กระดาษว่าวหุ้มเป็นรูปทรงกลมปลายมน หรือเหมือนบอลลูน ใช้ควันไฟปล่อยเข้าไปในปากโคมลอย จนได้ที่แล้วปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า ด้วยความเชื่อว่าเพื่อจะให้โคมลอยขึ้นไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีดุสิตสวรรค์ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีจอ หรือเพื่อบูชาแก่เจ้าผู้ให้กำเนิดของตนบนสวรรค์ หรือที่เรียกว่า พ่อเกิดแม่เกิด
โคมแขวน หรือ โคมค้าง เป็นโคมที่ใช้สำหรับบูชาพระมีหลายรูปแบบ เช่น โคมบาตรพระ โคมรูปดาว โคมตะกร้า โคมเหลี่ยม โคมเงี้ยว โคมเพชร โคมเสมาธรรมจักร โคมผีเสื้อ โคมญี่ปุ่น ฯลฯ การจุดโคมแขวนหรือโคมค้างจะนิยมทำกันในช่วงเทศกาลยี่เป็ง นอกจากนั้นยังใช้ประดับอาคารสถานที่ ทำให้สง่างามสว่างไสวเป็นสิริมงคลใช้ตกแต่งอาคารบ้านเรือนเพื่อบูชาเทพารักษ์ผู้รักษาบ้านก็ได้

โคมล้อ เป็นโคมที่ใช้เป็นเครื่องส่องสว่างประจำล้องัว หรือ วัวเทียมเกวียน มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีกระจกทั้ง 4 ด้าน โคมล้อแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นตัวตะเกียงและส่วนที่เป็นเรือนครอบตะเกียง ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันก๊าดเป็นเชื้อเพลิง
โคมบอก เป็นโคมที่ใช้กระบอกไม้ไผ่หรือกระป๋องครอบป้องกันไม่ให้ไฟดับ เป็นโคมที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะคนที่ต้องการเดินทางในเวลากลางคืน
โคมผัด เป็นโคมหมุนมี 2 ชั้น คือชั้นนอกและชั้นใน โคมชนิดนี้ใช้ความร้อนจากควันเทียนดันให้ใบพัดแกนกลางโคมหมุน เวลาหมุนลวดลายจะปรากฏที่ด้านนอกคล้ายกับหนังตะลุง โคมผัดนี้เป็นโคมที่ตั้งอยู่กับที่ เคลื่อนย้ายไม่ได้ ปัจจุบันหาคนที่ทำโคมชนิดนี้ได้น้อยเต็มที เพราะเป็นโคมที่ทำยากและกำลังจะสูญหายไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น